toplovetangmo
วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553
ประวัติส่วนตัว
เกิืดวันที่ 30/09/38 อายุ 15 ปี
นิสัย เป็นคนอารมณ์ขัน
นักร้อง ทุกคน
สี ดำ ขาว และทุกสีเลย
งานอดิเรก ดูหนัง อ่านหนังสือการ์ตูน และฟังเพลง
โทร 0848128572 , 0873153247
ถ้าสนใจสินค้าและโฆษณาของเราติดต่อได้ที่ 0888866699ต่อ789..........
..............ล้อเล่น.........(ถ้าใครติดต่อเบอร์ 0888866699ต่อ789 ได้เรามีรางวัลให้)
วันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553
คำคมขำ ๆ
ค้ม..คม
- สามีคือเป้าหมาย ผู้ชายคือทางผ่าน คบเด็กคือนิพพานน ขึ้นคานคือตายทั้งเป็น
- จงซื่อสัตย์กับแฟนตัวเอง แล้วจงครื้นเครงกับแฟนคนอื่น(จะดีไหมหว่า)
- กาเม มอระนัง ทุกขัง โลเก...(กามตายด้านเป็นทุกข์ในโลก)
- จุดยืนของเราทุกคนคือ
- คนพาลถ้าจริงใจก็ไม่ผิด คบบัณฑิตไม่จริงใจก็ไร้ผล
- ทำดี ย่อมได้ดี ทำอัปปรีย์ มันจะได้ดีได้ยังไง
- บางสิ่งเราก็ไม่ควรจำ...ถ้ามันทำให้ใจเจ็บ แต่บางสิ่งเราก็ควรจะเก็บ..ถ้ามันเป็นความเจ็บที่น่าจำ!
- อย่ามีหัว..ไว้ให้แค่ผมขึ้น.(รู้จักใช้ซะบ้าง สมองอ่ะ..เดี๋ยวมันจะฝ่อ)
- ความดีก็เหมือนกางเกงใน ต้องมีติดตัวไว้แต่ไม่ต้องเอามาโชว์
- เจ็บแล้วจำ คือ คน เจ็บแล้วทน คือควาย
- พอใจเท่าที่มี...ยินดีเท่าที่ได้
- สิ่งที่สอนคนเราไม่ได้ ก็คือ "สามัญสำนึก"
- ไปให้สุด..........แล้วหยุดแค่คำว่าพอ........
- สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร
- หากเดินตามรอยเท้าคนอื่น ก็ไม่มีวันมีรอยเท้าเป็นของตัวเอง
- มาสาย กลับก่อน นอนกลางวัน มันส์กลางคืน
- สุราไม่ได้สร้างวีระบุรุษ......แต่วีรบุรุษก็ขาดสุราไม่ได้
- ความพยามครั้งที่ 100 ดีกว่าคิดท้อถอยก่อนที่จะทำ
- When the candle are out, all women are fair (ทุกนาง...งามสรรพ...เมื่อดับเทียน 555)
- สุขใดไม่เท่า ล้วงกระเป๋า แล้วเจอตังค์ 555
- คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด..คนฉลาดย่อมเป็นเหยื่อของ..คนฉลาดที่แกล้งโง่
- การดื่มเหล้าให้เมาไม่ใช่ยี่ห้อของสุรา..การศึกษาคือความรู้ที่ได้มาไม่ใช่ สถาบัน
- We can't dip into the future = อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
- ยามศึกเรารบ ยามสงบเราปฏิวัติ (อันนี้ขำขำนะ อย่าเครียด เอิ้ก ๆ ๆ )
- อ่อนโยน แต่อย่าอ่อนแอ
- เมียซื้อเงินสด รถซื้อเงินผ่อน (สำหรับคนจะแต่งงาน อิอิ)
- ถ้าคนเราไม่ปล่อยวางอดีต ก็จะไม่รู้จักอนาคต
- มนุษย์ แท้จริงแล้วไม่ได้โตด้วยอาหาร แต่โตได้ด้วยความลำบาก
- เมียรวยช่วยเราได้ ( 555)
- เพื่อนกิน เพื่อนกัน เพื่อนกินไม่ทัน เพื่อนกันเอาไปกิน
- ชะตาฟ้าลิขิต...แต่ชีวิตนะของกู
- รักแท้ต้องแย่งชิง..รักจริงต้องปล่อยไป
- ตัดกระดาษต้องใช้กรรไกร .แต่ตัดใจต้องใช้เวลา
- รักดีกินถั่ว รักชั่วกินเหล้า..รักดีรักชั่ว กินถั่วแกล้มกะเหล้า เอิ้ก ๆ ๆ
- สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ "การที่คนดีนิ่งดูดาย"
- กำขี้ดีกว่ากำตด แต่ถ้ากำขี้สดๆกำตดจะดีกว่ากำขี้
- ทำแล้วเสียใจ ยังดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ
- จุดยืนของเราทุกคนคือ
- กระบี่อยู่ที่ใจ แค่ไม้ไผ่ก้อไร้เทียมทาน
- เห็นงานเป็นลม เห็นนมสู้ตาย สู้ว้อยยยยยยยยยย
- ตัวอย่างที่ดี...มีค่ากว่าคำสอน
- ดี-ชั่ว ไม่ได้เป็นกรรมพันธุ์...
Full Metal Alchemist แขนกลคนแปรธาตุ
ในโลกที่มีการเล่นแร่แปรธาตุเอ็ดเวิร์ด (Edward)และ อัลฟอนส์ (Alphonse) สองพี่น้องตระกูล เอลริค (Elric) เศร้าโศกเสียใจที่ ต้องสูญเสียแม่ไป ทั้งคู่จึง ตัดสินใจใช้วิชา “สร้างร่างมนุษย์” ซึ่งถือเป็นวิชาต้องห้ามสูงสุดของวิชา“เล่นแร่แปรธาตุ” เพื่อปลุกให้แม่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง แต่เอ็ดเวิร์ดต้องสูญเสียเสียแขนขวา ส่วนอัลฟองเซ่ต้องสูญเสียร่างกายทั้งหมดเอ็ดเวิร์ดจึงได้สละแขนขวาและขาซ้าย ของตนเองเพื่อ แลกกับวิญญาณของอัลฟองเซ่มาใส่ไว้ในชุดเกราะ
หลังจากนั้นทั้งคู่จึงตัดสินใจ เผาบ้านของตนเองและออกเดินทาง เพื่อไปเป็น “นักเล่นแร่แปรธาตุแห่งชาติ”และออกตามหา “ศิลานัก ปราชญ์”ซึ่งมีพลังอันยิ่งใหญ่ เพื่อนำทุกสิ่งทุกอย่าง กลับคืนมา
| |
วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ตำนานดอกกุหลาบ

กุหลาบเป็นดอกไม้ที่นิยมปลูกไว้ชื่นชมมาแต่โบราณ ประมาณกันว่ากุหลาบเกิดขึ้นเมื่อกว่า 70 ล้านปีมาแล้ว เคยมีการค้นพบฟอสซิลของกุหลาบใน รัฐโคโลราโด และ รัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้พิสูจน์ว่ากุหลาบป่าเป็นพืชที่มีอายุถึง 40 ล้านปี แต่กุหลาบป่าสมัยโลกล้านปีนี้ มีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกุหลาบสมัยนี้ เนื่องจากมนุษย์ได้นำเอากุหลาบป่ามาปลูกและผสมพันธุ์ ขยายพันธุ์เป็นพันธุ์ต่างๆ มากมาย
ความจริงแล้วกำเนิดของกุหลาบหรือกุหลาบป่านี้มีเฉพาะในแถบบริเวณเหนือเส้น ศูนย์สูตรของโลกเท่านั้น คือกำเนิดในภาคกลางของทวีปเอเชีย แล้วแพร่ขยายพันธุ์ไปตลอดซีกโลกเหนือ ไม่ว่าจะเป็นแถบที่มีอากาศหนาวจัดอย่าง อาร์กติก อลาสก้า ไซบีเรีย หรือแถบอากาศร้อนอย่าง อินเดีย แอฟริกาเหนือ แต่ในบริเวณแถบใต้เส้นศูนย์สูตรอย่างทวีปออสเตรเลีย หรือเกาะต่างๆ
ในมหาสมุทรรวมทั้งแอฟริกาใต้ ไม่เคยมีปรากฏว่ามีกุหลาบป่าเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเลย
ตามประวัติศาสตร์เล่าว่า กุหลาบป่าถูกนำมาปลูกไว้ในพระราชวังของจักรพรรดิจีน ในสมัยราชวงศ์ฮั่นราว 5,000 ปีมาแล้ว ขณะที่อียิปต์เองก็ปลูกกุหลาบเป็นไม้ดอก ส่งไปขายให้แก่ชาวโรมัน ชาวโรมันเป็นชาติที่รักดอกกุหลาบมากถึงจะสั่งซื้อจากประเทศอียิปต์แล้ว ยังลงทุนสร้างเนอร์สเซอรี่ขนาดใหญ่สำหรับปลูกดอกกุหลาบอีกด้วย สำหรับชาวโรมันแล้วเรียกได้ว่าดอกกุหลาบมีความสำคัญกับชีวิตประจำวัน เพราะชาวโรมันถือว่าดอกกุหลาบเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ซึ่งเป็นทั้งของขวัญ เป็นดอกไม้สำหรับทำเป็นมาลัยต้อนรับแขก เป็นดอกไม้สำหรับงานเฉลิมฉลองต่างๆ ใช้เป็นส่วนประกอบสำหรับทำขนม ทำไวน์ ส่วนน้ำมันกุหลาบยังใช้ทำเป็นยาได้อีกด้วย
กุหลาบถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความโรแมนติก ซึ่งมีบางตำนานเล่าว่า ดอกกุหลาบเป็นเสมือนเครื่องหมายแทนการกำเนิดของ เทพธิดาวีนัส ซึ่งเป็นเทพแห่งความงาม และความรัก วีนัสเป็นที่รู้จักกันในชื่อ อโฟรไดท์ ในตำนานเทพของกรีกได้กล่าวไว้ว่า น้ำตาของเธอหยดลงปะปนกับเลือดของ อคอนิส คนรักของเธอที่ถูกหมูป่าฆ่า เลือดและน้ำตาหยดลงสู่พื้นแล้วกลายเป็นดอกไม้สีแดงเข้มหรือดอกกุหลาบนั่นเอง แต่บางตำนานก็เล่าว่าดอกกุหลาบเกิดจากเลือดของ อโฟรไดท์ เองที่หยดลงสู่พื้น เมื่อเธอแทงตัวเองด้วยหนามแหลม
บางตำนานกล่าวว่ากุหลาบเกิดจากการชุมนุมของบรรดา ทวยเทพ เพื่อประทานชีวิตใหม่ให้กับนางกินรีนางหนึ่ง ซึ่งเทพธิดาแห่งบุปผาชาติ หรือ คลอริส บังเอิญไปพบนางนอนสิ้นชีพอยู่ ในตำนานนี้กล่าวว่า อโฟรไดท์ เป็นเทพผู้ประทานความงามให้ มีเทพอีกสามองค์ประทานความสดใส เสน่ห์ และความน่าอภิรมย์ และมี เซไฟรัส ซึ่งเป็นลมตะวันตกได้ช่วยพัดกลุ่มเมฆ เพื่อเปิดฟ้าให้กับแสงของเทพ อพอลโล หรือแสงอาทิตย์ส่องลงมาเพื่อประทานพรอมตะ จากนั้น ไดโอนีเซียส เทพเจ้าแห่งเหล้าองุ่นก็ประทานน้ำอมฤต และกลิ่นหอม เมื่อสร้างบุปผาชาติดอกใหม่นี้ขึ้นมาได้แล้ว เทพทั้งหลายก็เรียกดอกไม้ซึ่งมีกลิ่นหอมและทรงเสน่ห์นี้ว่า Rosa จากนั้น เทพธิดาคลอริส ก็รวบรวมหยดน้ำค้างมาประดับเป็นมงกุฎ เพื่อมอบให้ดอกไม้นี้เป็นราชินีแห่งบุปผาชาติทั้งมวล จากนั้นก็ประทานดอกกุหลาบให้กับเทพ อีโรส ซึ่งเป็นเทพแห่งความรัก กุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรัก แล้วเทพ อีโรส ก็ประทานกุหลาบนี้ให้แก่ ฮาร์โพเครติส ซึ่งเป็นเทพแห่งความเงียบ เพื่อที่จะเก็บซ่อนความอ่อนแอของทวยเทพทั้งหลาย ดอกกุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเงียบและความเร้นลับอีกอย่างหนึ่ง
กุหลาบกลายเป็นของขวัญ ของกำนัลสำหรับการแสดงความรัก และมักจะมีผู้เปรียบเทียบความงามของผู้หญิงเป็นเสมือนดอกกุหลาบ และผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์โลกที่ได้รับสมญาว่าเป็นผู้หญิงงามเสมือนดอก กุหลาบคือ พระนางคลีโอพัตรา ซึ่งพระนางยังได้เคยต้อนรับ มาร์ค แอนโทนี คนรักของพระนาง ในห้องซึ่งโรยด้วยดอกกุหลาบหนาถึง 18 นิ้ว หอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นกุหลาบ
| ผึ้ง : ราชินีของแมลง |
![]() | มนุษย์รู้จักผึ้งและน้ำผึ้งมานานกว่า 7,000 ปีแล้ว ภาพวาดบนผนังถ้ำที่ Alto mira ในประเทศสเปนแสดงให้เห็นคนกำลังปีนต้นไม้เพื่อเอาไม้ตีรังผึ้ง และเก็บน้ำผึ้งใส่หม้อ กษัตริย์ Menes แห่งอียิปต์ ทรงโปรดให้ผึ้งเป็นสัตว์สัญลักษณ์แห่งอาณาจักรของพระองค์ เพราะผึ้งช่วยผสมเกสรดอกไม้ ทำให้ผู้คนในแผ่นดินของพระองค์มีผลไม้บริโภคอย่างอุดมสมบูรณ์ และคนอียิปต์ก็รู้อีกว่านอกจากน้ำผึ้งจะมีคุณค่าทางอาหารแล้ว มันยังสามารถรักษาโรคบางชนิด และเป็นเครื่องสำอางได้ด้วย กษัตริย์โรมันในสมัยโบราณทรงโปรดปรานการดองศีรษะของศัตรูในน้ำผึ้ง เพราะน้ำผึ้งสามารถป้องกันของสดไม่ให้เน่าเปื่อยได้เป็นเวลานาน ประวัติศาสตร์ยังได้บันทึกอีกว่า ชาวอียิปต์เป็นชนชาติแรกที่รู้จักนำผึ้งมาเลี้ยง และจีนเป็นเอเชียชาติแรกที่รู้จักเลี้ยงผึ้ง |
ปัจจุบันคนไทยทั่วไป มักนึกถึงน้ำผึ้งเดือนห้า และรู้จักผึ้งในฐานะแมลงที่มีเหล็กในพิษ ซึ่งสามารถทำให้คนที่ถูกผึ้งต่อยรู้สึกเจ็บปวด ส่วนอีกหลายคนก็รู้ว่าผึ้งมีนิสัยรักสงบ ขยันทำงาน และสังคมผึ้งเป็นสังคมที่ไม่มีใครเอาเปรียบใคร เพราะอาณาจักรของมันมีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ โดยไม่ต้องมีนายบังคับหรือสั่งให้ทำงาน
ผึ้งที่พบในประเทศไทยมี 4 ชนิดคือ ผึ้งมิ้ม (Apis flora) หรือผึ้งแมลงวัน เพราะลำตัวผึ้งชนิดนี้มีขนาดใหญ่กว่าแมลงวันเล็กน้อย และมีนิสัยชอบดมของหวาน ท้องของผึ้งมิ้มเป็นปล้องสีดำสลับสีขาว ผึ้งชนิดที่สองคือผึ้งหลวง (Apis dorsata) ผึ้งชนิดนี้มีขนาดใหญ่ที่สุด และต่อยเจ็บที่สุด ท้องเป็นปล้องสีเหลืองสลับสีดำ ผึ้งหลวงผลิตน้ำผึ้งมากและชอบสร้างรังตามที่โล่งแจ้ง ส่วนผึ้งโพรง (Apis cerana) เป็นชนิดที่คนชอบนำมาเลี้ยงในหีบเลี้ยงผึ้ง มันมีขนาดเล็กกว่าผึ้งหลวง และชอบสร้างรังในโพรงไม้ และผึ้งพันธุ์ (Apis mellifera) ซึ่งเป็นผึ้งที่มาจากยุโรปและแอฟริกา ผึ้งชนิดนี้มีขนาดใหญ่กว่าผึ้งโพรงเล็กน้อย และชอบสร้างรังในที่ทึบแสงเช่น ตามโพรงไม้มันสามารถหาน้ำหวานได้เก่ง แต่ไม่ดุร้ายเท่าผึ้งหลวง
ตามปกติผึ้งมักอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ในรัง โดยมีการแบ่งชั้นวรรณะ เป็นผึ้งนางพญา ผึ้งงาน และผึ้งตัวผู้ ในรังหนึ่งๆ จะมีผึ้งนางพญาเพียงตัวเดียวเป็นหัวหน้า ผึ้งนางพญามีขนาดใหญ่กว่าผึ้งงานหรือผึ้งตัวผู้ เพราะได้รับอาหารจากผึ้งงาน และมีผึ้งงานคอยปรนนิบัติรับใช้ หน้าที่หลักของผึ้งนางพญาคือวางไข่ ซึ่งตามธรรมดาจะวางได้ครั้งละตั้งแต่ 1,000-2,000 ฟอง ผึ้งนางพญามีอายุยืนประมาณ
2-3 ปี และขณะครองรังมันจะผลิตสาร pheromone ออกมาควบคุมความเป็นอยู่ และการทำงานของผึ้งทุกตัวในรัง ส่วนผึ้งงานนั้นมีขนาดเล็กกว่าผึ้งอีก 2 ชนิด และเป็นผึ้งเพศเมียที่ต้องทำงานตลอดชีวิต หน้าที่หลักของผึ้งงานคือซ่อมแซมรัง ทำความสะอาดรัง เป็นพี่เลี้ยงดูแลตัวอ่อนและทำงานก่อสร้างและพอมันมีอายุมากขึ้น ผึ้งงานก็จะทำหน้าที่ป้องกันรังเฝ้ายามและหาอาหารเช่น น้ำหวานจากดอกไม้ ในรังหนึ่งๆ อาจมีผึ้งงานมากถึงหมื่นตัว ผึ้งชนิดนี้จึงเป็นกำลังสำคัญของอาณาจักรผึ้ง และถึงแม้มันจะเป็นเพศเมีย แต่เมื่อมันมีรังไข่ที่เล็กเกินไป มันจึงไม่สามารถวางไข่ได้เหมือนผึ้งนางพญา ชีวิตของผึ้งงานนั้นสั้น คือประมาณ 7-8 สัปดาห์เท่านั้นเอง และผึ้งชนิดสุดท้ายคือผึ้งตัวผู้ ซึ่งไม่มีหน้าที่ใดๆ ในรังนอกจากจะผสมพันธุ์กับผึ้งนางพญาเท่านั้นเอง ดังนั้น เมื่อมันได้กระทำภารกิจของมันเสร็จ ผึ้งงานก็จะหยุดป้อนอาหารมัน แล้วมันก็จะอดอาหารตาย การไม่มีเหล็กในทำให้มันต่อยไม่เจ็บ ในเดือนเมษายน-พฤษภาคม เมื่อผึ้งนางพญารู้สึกว่าตนถึงวัยสืบพันธุ์ มันก็จะปล่อย pheromone ออกมาดึงดูดบรรดาผึ้งตัวผู้ ให้บินตามมันไปผสมพันธุ์กันกลางอากาศ ผึ้งตัวผู้ที่ได้ผสมพันธุ์แล้วจะหมดแรงตกลงมาตาย ตัวที่ไม่ได้ผสมพันธุ์ก็จะบินต่อไปจนหมดแรงหรือบางตัวก็หลงทาง ส่วนพวกที่บินกลับรังได้ก็ไม่ได้รับการเอาใจใส่และถูกผึ้งงานไล่ออกจากรัง จนในที่สุดมันก็อดอาหารตายเพราะหาอาหารไม่เป็น
ศัตรูของผึ้งที่สำคัญได้แก่ มดแดงที่คอยจะแย่งน้ำหวาน ตัวต่อที่คอยโฉบจับผึ้ง แมงมุมที่คอยชักใยดักผึ้งงาน กิ้งก่า แมลงปอ ผีเสื้อกลางคืนและนก
ทุกวันนี้มนุษย์รู้ดีว่าผึ้งเป็นแมลงที่ช่วยขยายพันธุ์ไม้ และดอกไม้โดยการนำเกสรตัวผู้ไปผสมกับเกสรตัวเมีย และน้ำผึ้งคือน้ำหวานที่ผึ้งเก็บจากเกสรดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมและมีสีเหลือง น้ำตาล ซึ่งผู้คนนิยมใช้เป็นเครื่องดื่มที่ให้พลังงาน ใช้ทำเครื่องสำอาง ขนม และเป็นยาสมานแผล พิษเหล็กในของผึ้งยังสามารถรักษาโรคปวดข้อได้บ้าง นักชีววิทยาชี้แจงว่า ตามปกติผึ้งเป็นสัตว์ที่รักสันติ มันจะต่อยศัตรูเพื่อป้องกันรังเท่านั้น และผึ้งที่ต่อยก็เป็นเฉพาะผึ้งงานและผึ้งนางพญา ส่วนผึ้งตัวผู้นั้นต่อยไม่เจ็บ เวลาผึ้งต่อยเหล็กในซึ่งมีปลายแหลมเหมือนลูกธนูจะถูกปล่อยออกมาทางท้อง ดังนั้น เวลาผึ้งดึงตัวออกปลายท้องมันจะแตกทำให้ผึ้งตาย ด้วยเหตุนี้ผึ้งจึงไม่ชอบต่อยใครนอกจากจำเป็นจริงๆ
นักชีววิทยาได้สนใจศึกษาพฤติกรรมของผึ้งมานานนับพันปีแล้ว Aristotle ในสมัยก่อนคริสตกาล เคยเชื่อว่า ผึ้งมีภาษาที่ใช้ปกครองผึ้งด้วยกันในปี พ.ศ. 2512 บาทหลวง C.Butter ได้พบความจริงว่า ผึ้งที่ทรงอำนาจมากที่สุดในรัง คือผึ้งนางพญา และเมื่อ 28 ปีก่อนนี้ Karl von Frisch ก็ได้รับรางวัลโนเบลสาขาแพทยศาสตร์และสรีรวิทยาร่วมกับ Konrad Lorenz และ Nikolaas Tinberger ในฐานะผู้ให้กำเนิดวิทยาการด้าน Ethology หรือบุคลิกภาพวิทยาที่ว่าด้วยบุคลิกภาพของสัตว์ ขณะรับรางวัล Von Frisch มีอายุได้ 86 ปีแล้ว และขณะทำงานที่มหาวิทยาลัย Munich นั้น เขาได้แสดงให้เห็นว่า ผึ้งใช้ลีลาเต้นรำในการสื่อความหมายกัน ยกตัวอย่างเช่น เวลาผึ้งงานเห็นอาหาร (น้ำหวาน) ในบริเวณใกล้รัง เวลามันบินกลับรัง มันจะบินวนเป็นวงกลม แล้วผึ้งตัวอื่นๆ ก็จะบินวนเป็นวงกลมเหมือนกัน จนกระทั่งผึ้งทั้งรังรับรู้ข่าวดี จากนั้นฝูงผึ้งก็จะบินตรงไปที่แหล่งอาหารนั้นๆ แต่ถ้าแหล่งอาหารอยู่ไกลรังมันก็จะบินวนเป็นเลขแปด เป็นต้น Von Frisch ยังได้พบอีกว่า ผึ้งแต่ละพันธุ์ใช้ภาษาในการสื่อสารไม่เหมือนกัน ข้อมูลนี้ทำให้ Von Frisch สรุปว่า ความสามารถในการเข้าใจภาษาของผึ้งสามารถถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม นอกจากนี้ Von Frisch ก็ยังแสดงให้เห็นอีกว่า ผึ้งสามารถรู้ระยะทางที่มันบินจากรังไปถึงแหล่งอาหารได้ด้วย (แต่ Von Frisch ก็ไม่ได้ระบุชัดว่า ผึ้งวัดระยะทางดังกล่าวได้อย่างไร) หรือในวันที่ครึ้มฟ้าครึ้มฝน ทั้งๆ ที่ผึ้งไม่สามารถเห็นดวงอาทิตย์ แต่มันก็สามารถบอกทิศของแหล่งอาหารได้ ทั้งนี้เพราะระบบประสาทของผึ้งสามารถรับแสงอาทิตย์ได้ดี โดยไม่จำเป็นต้องเห็นดวงอาทิตย์ตรงๆ และถ้าเขาจับผึ้งใส่ในห้องที่มืดสนิท เขาก็พบว่าผึ้งจะหยุดเต้นรำทันที อย่างไรก็ตาม Von Frisch ได้พบว่า ผึ้งชอบออกหาอาหารในวันที่ท้องฟ้าสดใสมากกว่าในวันที่ฟ้ามืดครึ้ม และมันจะหยุดเต้นรำทันทีที่พระอาทิตย์ตกดิน
ในวารสาร Nature ฉบับวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2545 G. Bloch และ G. Robinson แห่งมหาวิทยาลัย Illinois ที่ Urbana-Champaign ได้รายงานว่า ผึ้งงานที่ค่อนข้างอาวุโส ซึ่งตามปกติมีหน้าที่บินออกหาอาหาร และไม่มีหน้าที่ดูแลตัวอ่อน ซึ่งเป็นหน้าที่ของผึ้งงานสาวจะหวนกลับมาดูแลตัวอ่อน เมื่อรังของมันขาดแคลนพี่เลี้ยงดูแล
ตามความเข้าใจเดิมของนักชีววิทยา เวลาผึ้งงานมีอายุมากขึ้น มันจะปรับเปลี่ยนหน้าที่จากเดิมที่ต้องดูแลตัวอ่อน มันก็จะปรับพฤติกรรมไปทำหน้าที่หาอาหาร ซึ่งต้องทำทุก 22-25 ชั่วโมง แต่เมื่อรังของมันขาดแคลนคนดูแล ผึ้งตัวอ่อน ผึ้งงานชราก็จะปรับพฤติกรรมหยุดออกหาอาหารและปรับนาฬิกาชีวิตทำงาน เพื่อหวนกลับมาดูแลทายาทผึ้งแทนอีก
นักชีววิทยากำลังงุนงงกับความสามารถในการปรับพฤติกรรมนี้ว่า ผึ้งสามารถทำได้โดยไม่มึนงง ง่วงนอนหรืออ่อนเพลีย ซึ่งถ้าเป็นคนการปรับเวลา ปรับนาฬิกา ใจ ไม่ทัน จะทำให้คนอ่อนเพลีย และนี่คือสาเหตุที่ทำให้คนขับรถหลับในบนถนนจนเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตนับพัน คนในแต่ละปี ในการอธิบายความสามารถพิเศษนี้ E. Erichson แห่ง Carl Hayden Bee Research Center ที่เมือง Tucson ในสหรัฐอเมริกา คิดว่าต่อมฮอร์โมนในผึ้งงานชราคงเริ่มทำงานอีก ซึ่งก็มีลักษณะคล้ายกับการที่สตรีวัยกลางคนได้ตั้งครรภ์อีกยังไงยังงั้น
ในวารสาร Journal of Experimental Bioloth ฉบับเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2544 J. Tautz แห่งมหาวิทยาลัย Wiirzburg ในประเทศเยอรมนีได้รายงานว่า เวลาผึ้งงานพบอาหารแล้วบินกลับรัง มันส่งข่าวดีให้เพื่อนผึ้งรู้โดยการเต้นรำ แต่ผึ้งในรังมีนับหมื่นตัว การจะเห็นผึ้งตัวหนึ่งตัวใดเต้นรำนั้นเป็นเรื่องยาก นอกจากนี้เสียงที่เกิดจากลีลาการเต้นก็ไม่สามารถกลบเสียงหึ่งในรังได้ และ Tautz ก็ได้พบว่า ผึ้งส่งสัญญาณโดยใช้รังผึ้งเป็นสื่อ เพราะรังผึ้งนั้นยืดหยุ่นได้ การเต้นรำของผึ้งที่มีข่าวดีจะทำให้ผนังของรังผึ้งในบริเวณที่มันเต้นรำสั่น เมื่อผึ้งในบริเวณใกล้เคียงเห็นผนังสั่นเข้าออกเป็นจังหวะมันก็รู้ข่าวดี นั้นทันที ในการทดลองโดยใช้แสงเลเซอร์และกล้องถ่ายภาพ Tautz ได้พบว่า ผึ้ง 132 ตัว สามารถส่งข่าวให้เพื่อนมัน 471 ตัวรู้ได้ โดยการเต้นรำ และนี่คือเทคนิคที่ผึ้งใช้ในการสื่อสารถึงกันครับ
หมีขั้วโลก

หมีขั้วโลก (Polar Bear) จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เป็นนักล่าแห่งดินแดนขั้วโลกเหนือที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพชีวิตกลางน้ำแข็ง ธรรมชาติสร้างให้หมีขาวแตกต่างจากหมีพันธุ์อื่น คือ มีขนคลุมอุ้งเท้า นิ้วเท้าสั้น เล็บโค้งงอเพื่อ ให้ยึดน้ำแข็งได้อย่างมั่นคง ในขณะเดียวกันก็มีท่อนขาขนาดใหญ่เพื่อเฉลี่ยน้ำหนักมหาศาล เพื่อสามารถเดินบนน้ำแข็งบางๆ ได้
หมีขั้วโลก ตัวผู้หนักถึง 775-1,500 ปอนด์ ส่วนตัวเมียหนัก 330-500 ปอนด์ มีถิ่นที่อยู่บริเวณอาร์กติก ขั้วโลกเหนือ แต่ไม่มีหลักแหล่งที่แน่นอน พบในอลาสกา แคนาดา รัสเซีย เดนมาร์ก (กรีนแลนด์) และนอร์เวย์ เป็นสัตว์สปีชีส์หนึ่งของโลกที่กำลังถูกคุกคาม ปัจจุบันหมีขั้วโลกมีจำนวนประมาณ 22,000-27,000 ตัว อยู่ในแคนาดามากที่สุดคือราว 15,000 ตัว ซึ่งการดำรงชีวิตให้อยู่รอดในแถบอาร์กติกที่มีอุณหภูมิหนาวเย็น ทำให้สัตว์หลายๆ ชนิดใช้เวลายาวนานในการวิวัฒนาการจนมีขนสีขาว หรือเปลี่ยนสีขนในฤดูหนาวจนกลมกลืนกับหิมะ ซึ่งเป็นการพรางตัวที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และหาอาหาร ดังเช่นกระต่ายป่าสีขาว (white hare) , นกนางนวลอาร์กติก (Arctictern) , ตัววีเซล (weasel) , ตัวเลมมิง (lemming) , หมาจิ้งจอกอาร์กติก (Arctic fox) โดยเฉพาะหมีขั้วโลก (polar bear) ที่ใช้เวลาประมาณ 2 แสนปี พัฒนา และมีวิวัฒนาการจากหมีสีน้ำตาลมาเป็นหมีขาวในทุกวันนี้
